กระดานสนทนา
← กลับ
jaturamitr07: รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
[No. 687]
ชื่อกระทู้: jaturamitr07: รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย อย่าเชียร์หยาบคายเลยน้อง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)
เมื่อเช้าวาน (๖ กค.๒๕๕๐) ..ผมได้มีโอกาสไปร่วมประชุม
เตรียมการจัดฟุตบอลจตุรมิตร ครั้งที่ ๒๔ ที่ กรุงเทพคริสเตียน จะเป็นเจ้าภาพ
(ซึ่งที่ประชุมระบุจำนวนครั้งที่จัดเอาไว้..ต่อเนื่องมาจากการจัดที่ผ่านมาในระยะหลังๆ)
ที่วงเล็บไว้นั้น..จะเป็นประเด็นที่ผมจะนำเสนอให้เสวนากันในช่วงท้ายของกระทู้นี้
โดยจะขอรายงานถึง-วาระสำคัญของการประชุม-นั่นคือ
"ควรจัดการแข่งขันต่อไปหรือไม่..หรือเลื่อนออกไป..
หรือเปลี่ยนรูปแบบ..หรือเปลี่ยนสถานที่..หรือ ฯลฯ"
เพราะหลักใหญ่ใจความเกิดจาก..ความห่วงใยของผู้ปกครองที่ห่วงใยลูกหลานของตน
จะเกิดอันตรายจากเหตุวิวาทระหว่างนักเรียนทั้ง ๔ สถาบัน
ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในทุกๆ ที่มีการแข่งขัน
ล่าสุด..เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ระหว่าง คริสเตียน และ อัสสัมชัญ
(มีแซวในที่ประชุมว่า-ปีนี้เด็กหรั่ง ล่อกันก่อน เด็กไทย)
มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง สารพัดเหตุผล..จากทุกองค์กรของทั้ง ๔ สถาบัน
ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร, สมาคมผู้ปกครอง, เครือข่ายผู้ปกครอง, ศิษย์ศิษย์ปัจจุบัน
ยครบถ้วนกว่าสิบคน (และหลายรอบ)..ใช้เวลาถึงสองชั่วโมงเต็ม
แต่ทุกๆ บทสรุปอภิปรายของทุกคน..ล้วนบอกว่า "ต้องจัดต่อไป"
และยังมีมติต่อเนื่องมาอีกว่า...
จัดแข่งแบบเดิม-พบกันหมด-มีชิงชนะเลิศ-จัดแข่งที่สนามศุภฯ เหมือนเดิม
เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ที่จะรักษาประเพณีอันยิ่งใหญ่ของ ๔ สถาบันเกียรติยศนี้ไว้
อีกทั้งจะร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากกลุ่มนักเรียนผู้ไม่หวังดี
ซึ่งมีอยู่จำนวนหนึ่ง..โดยทุกๆ ฝ่ายจะเดินหน้าช่วยกันแก้..
ไม่ใช่ว่า..จะเดินหนี..อยู่ลูกเดียว-ทั้งๆ ที่มันเป็น พันธกิจของทุกฝ่ายต้องทำ !!
........................................................................................................................
ช่วงท้ายประชุม-ได้นำเรื่อง..
การนับจำนวนครั้งที่จัดแข่งขันจุตรมิตร เกิดผิดพลาด..เข้ามาปรึกษา
โดย อ.วีรกิจ สกุลพันธุ์ ท.ศ.๑๙-๒๑..
นำเสนอเรื่องพร้อมหลักฐานเป็น..สูจิบัตรของงาน เมื่อ ปี ๒๕๑๗
รวมทั้งหนังสือประจำปีของเทพศิรินทร์มาเสนอให้พิจารณาด้วยว่า..
ในพ.ศ.ดังกล่าว-มีการจัดแข่งขัน เป็นครั้งที่ ๘
ไม่ใช่จัดครั้งที่ ๘ ในปี ๒๕๒๑ ตามที่บันทึกต่อเนื่องผิดๆ กันมาตลอด
ซึ่งที่ประชุมได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง..ให้รีบศึกษาค้นคว้าเพื่อมาแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป
นับเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง..ที่บรรดาผู้เกี่ยวข้องได้ใส่ใจและรีบดำเนินการ
..และผมยังได้เสนอแนะแนวทางการค้นคว้าข้อมูล
โดยแสวงหาจาก clipping ข่าวของหนังสือพิมพ์ อาทิ ไทยรัฐ / เดลินิวส์ เป็นต้น
.......................................................................................................................
ช่วงขณะมีการอภิปรายนั้น..
ผมได้ลองเขียนไล่เรียงจำนวนครั้งของ..จตุรมิตร..ดู..
ก้อเห็นเป็นดังนี้..ครั้งที่ ๑-๒๕๐๗ / ครั้ง ๒-๒๕๐๘
แล้วหยุดไปสองปี..มาต่อ ครั้ง ๓-๒๕๑๑ / ครั้ง ๔-๒๕๑๒
ครั้งที่ ๔ ก้อมีการเลื่อนแข่งเหมือนกัน แต่เลื่อนเฉพาะวันทำพิธีปิด
เนื่องจากเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ (กรณีนี้น่าสนใจครับ) จึงเลื่อนออกไปประมาณ ๑๐ วัน
ผมจำตรงนี้ได้แม่น..เพราะมันทำให้-ผมสามารถมีเวลาฝึกซ้อมกองเชียร์สวนฯ
ให้ปรบมือเป็นรูปกังหันหมุนได้สำเร็จเป็นครั้งแรกและสถาบันแรก
จนรุ่นหลังๆ ได้พัฒนารูปแบบการปรบมือให้หลากหลายมาถึงทุกวันนี้
......................................................................................................................
มาว่ากันต่อที่จำนวนครั้งและพ.ศ.ที่จัด
ครั้ง ๕-๒๕๑๓ / ครั้ง ๖-๒๕๑๔ (ครั้งนี้มีแน่นอน-เพราะผมถ่ายภาพยนตร์ไว้-มีภาพชัดเจน)
ครั้ง ๗-๒๕๑๕ / ..เอาแล้วซิ-หากไล่ตามนี้ ครั้งที่ ๘ ก้อน่าจะเป็น พ.ศ.๒๕๑๖
แต่ทำไมของ อจ.วีรกิจ..ถึงมีสูจิบัตรระบุ ครั้งที่ ๘ เป็น พ.ศ.๒๕๑๗ ???
ผมแสวงหาคำตอบตรงนี้ได้ไม่ยาก
เพราะช่วงจัดจตุรมิตรแต่ละปีนั้น มีกำหนดการที่แน่นอนว่า..
จะจัดในเดือนตุลาคมของทุกปี โดยจะมีกิจกรรมหนึ่งที่ ๔ โรงเรียน ร่วมมือรวมใจกันตลอด
นอกเหนือจากการแข่งฟุตบอล..นั่นคือ ร่วมกันถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า ๒๓ ตุลาคม
ภาพวงโยธวาทิตและขบวนนักเรียนอัญเชิญพานพุ่มไปถวายสักการะนั้น..งดงามยิ่งนัก
เพราะฉะนั้น..ในปี พ.ศ.๒๕๑๖ จึงไม่น่าจะมีการแข่งขัน
เนื่องจากเกิดเหตุไม่สงบ..๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ขึ้น จนกลายเป็นวันมหาวิปโยค
จตุรมิตรสามัคคี จึงต้องหลีกลี้..หยุดไปอีก เพราะนักเรียนมัวไปตีกัน..เอ๊ย ! เดินขบวน
แล้วย้อนกลับมาใหม่เป็นครั้งที่ ๘ ในปี ๒๕๑๗ ตรงตามสูจิบัตรที่ อจ.วีรกิจ นำมาให้ชม
..................................................................................................................
หลังจากนั้น..ในที่ประชุม ยังได้มีการเสวนาถึงปีที่มีการจัดแข่งขัน..กันต่ออีกหลายประเด็น
แต่เนื่องจากเวลาจำกัด-ที่ประชุมจึงขอให้อนุกรรมการฯ ไปดำเนินการค้นคว้าดังกล่าว
สำหรับผม..ขอเสนอเอาไว้เป็นข้อมูลและน่าจะเป็นหลักฐานต่อไปได้ว่า...
จากบันทึกเป็นข้อความไว้ในสูจิบัตรระยะหลังๆ จนคัดลอกต่อกันมาเป็นสิบๆ ปีว่า..
"..เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ และภาวะทางการเมือง
ไม่เอื้ออำนวยให้จัดการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี
จึงว่างเว้นไประยะหนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 ถึง พ.ศ. 2520
และได้มีการจัดขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2521 เป็นครั้งที่ 8.."
ข้อความดังกล่าวนี้แหละ..ที่ทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไป
ซึ่งอาจเกิดจากความบกพร่องของบุคลากรที่รับผิดชอบการเขียนเรื่องนี้
ที่ไม่ได้ใส่ใจในข้อเท็จจริง จึงปล่อยผ่านละเลยมาตลอด
จนถึง พ.ศ.นี้-ที่ต้องมาถกเถียงแสวงหาความจริงกัน
จากประกายที่ อจ.วีรกิจ สกุลพันธุ์ ได้จุดขึ้นมา
และผมยังมีข้อสังเกตต่อเนื่องอีกว่า..
การกลับมาของ จตุรมิตรสามัคคี ในปี พ.ศ.๒๕๒๑ นั้น
น่าจะมีการจัดแข่งขันขึ้นอย่างเป็นทางการแน่นอน
แต่จะนับเป็นครั้งที่เท่าไร คงต้องให้อนุกรรมการฯ ศึกษาค้นคว้ากันต่อไป
และช่วง พ.ศ.๒๕๑๘, ๒๕๑๙ และ ๒๕๒๐ จะมีแข่งหรือไม่ ? จัดแบบใด ?
จะเป็นแบบทางการหรือแบบย่อยๆ ไม่เป็นทางการ ก็น่าจะเป็นไปได้ จึงไม่มีการนับครั้ง..
โดยมีประเด็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและการเมืองไม่อำนวย..เป็นเหตุค้ำยันอยู่
ซึ่งผม-ขอเสนออีกหนึ่งปัจจัยเข้ามาเป็นเหตุด้วย..นั่นคือ "น้ำท่วม"
สามารถยืนยันได้ว่า..ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๑๘ นั้น น้ำท่วมกรุงเทพขนานใหญ่
ผมจำได้ชัดเจน เพราะเวลานั้น-ออฟฟิศที่ผมทำงาน..ตั้งอยู่ถนนรองเมือง ติดกับสนามศุภฯ
ต้องทุลักทุเล..ท่องน้ำ..ไปทำงานอยู่หลายสัปดาห์
พอ ปี พ.ศ.๒๕๑๙ เกิดเหตุวิปโยค ๖ ตุลาคมขึ้นอีก
นิสิตนักศึกษาและนักเรียน..หนีเข้าป่ากันมากมาย
จึงไม่น่าจะมีการจัดจตุรมิตรสามัคคี..ในปีนี้แน่นอน
แล้วถัดมา ..พ.ศ.๒๕๒๐ ก้อไม่น่าจะจัดเหมือนกัน
เนื่องจากสถานการณ์การเมืองช่วงนั้น สับสนชุลมุน
ไม่ว่าจะเป็นกรณีนักเรียนนักศึกษาหนีหายเข้าป่าไปเป็นปี..
จนทำให้สถานศึกษาต่างๆ และพ่อแม่ผู้ปกครองวิตกกังวลกันมากแล้ว
ยังมีกรณี พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ผบ.ทบ. เลขาฯ คณะปฏิรูปการปกครอง
ยึดอำนาจจากรัฐบาลหอย (นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกฯ)
..ก้อเกิดขึ้นอีก เมื่อ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๐
จึงน่าจะเป็นคำตอบได้ว่า..ไม่มีจตุรมิตร..ในพ.ศ.นี้
พอมาเริ่มใหม่-ที่มีการยืนยันว่า จัดขึ้นแน่นอนในปี ๒๕๒๑ นั้น
จะเรียกขานเป็นครั้งที่เท่าไหร่..ต้องคอยการยืนยันชัดๆ จากการค้นคว้าเสียก่อน
สำหรับผมในเวลานี้..ค่อนข้างแน่ใจว่า-เป็นครั้งที่ ๙ ครับ
จึงเสนอไว้เป็นประเด็นให้เสวนา
และฝากถึงผู้ที่มีบันทึกหรือหลักฐานอื่นๆ
เข้ามาช่วยกันสังคยานากำพืดของพวกเรา
ทั้ง ๔ สถาบันเกรียงไกรของประเทศด้วยครับ
เมื่อคราวที่ไปติดตามถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศ จตุรมิตร ครั้งล่าสุดในแง่มุมต่างๆ อยู่นั้น
คิดเพียงแค่ว่า..จะพยายามเก็บสาระพัดสาระพันสิ่งน่ารักน่าสนใจ..มาให้มากที่สุด
จนถึงวันปิดสนาม..ซึ่งกะตอนแรกไว้ในใจว่า-จะถ่ายเฉพาะเกมแข่งชิงที่สาม
ระหว่าง สวนฯ กับ เทพศิรินทร์..ซึ่งหลายต่อหลายคน ห่วงอาการมาตั้งแต่ก่อนแข่ง
จากนั้น..ก็จะรีบกลับมาตัดต่อ เพื่อป้อนขึ้น web ให้เร็วที่สุด
..แต่ web master-kkasem รีบโทร.ไปบอกที่สนามว่า..
ขอให้ถ่ายภาพแปรอักษรมาให้มากที่สุด-
เนื่องจากเวลานั้น มีลูกสวนฯ จำนวนมาก แจ้งความต้องการเข้าไปที่ web suan84
ก็เลยต้อง..เดินย้อนไปย้อนมา ระหว่างหัวสนามกับท้ายสนามศุภฯ ถ่าย video แปรอักษรวันนั้น
มาตัดต่อให้ชมกันเท่าที่พอจะมีโอกาสเอื้ออำนวย
...................................................................................
ย้อนไปถึงหัวค่ำของวันก่อนพิธีปิด
ที่ก่อนหน้านั้น-หลายต่อหลายคนเป็นห่วงว่า-เกมชิงที่สาม ทั้งสองจะติดดาบเล่นบอล
กระทั่งมีข่าวว่า-อาจจะยกเลิกเกม โดยให้สองโรงเรียนไปร่วมพิธีปิด แต่ไม่มีการเตะในสนาม
เรื่องนี้-ผมทราบและแย้งกับผู้อำนวยการของสวนฯ ไปแล้ว ในงานเลี้ยงของรุ่น 88 (30 พย.) แก่นักบอลสวนฯ ที่ร.ร.เอเซีย..
โดยผมให้เหตุผลว่า- การยกเลิกเกมเตะ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่บรมห่วยที่สุด !!
เขาเรียกว่าหนีปัญหา..มิใช่การแก้ปัญหาของระดับบริหาร
หากเป็นเช่นนี้-จตุรมิตร ที่มีมา 41 ปี ก็คงจะต้องเลิกไปเลยรีไง??
พร้อมทั้งปวารณาตัวเองว่า-
ยินดีจะพาพี่สวนฯ รุ่นเก่าๆ อาทิ พี่หลอ-ประภัทร์ มาเป็นกองเชียร์และโฆษกในสนามให้-ในวันปิด
เพื่อจะได้สาธกเรื่องความสามัคคีอันดีที่มีมาเก่าแก่เกือบครึ่งศตวรรษ..ให้กองเชียร์ทั้งสองได้ฟัง
......................................................................................
สองวันถัดมา..ตอนบ่ายของศุกร์ที่ 2 ธค. ก่อนจะถึงพิธีปิด
ก็ได้รับโทรศัพท์ตามตัวด่วนจาก..
เต๊ะ-สมเกียรติ มณีอินทร์ และ ป๊อก-ประกาศิต สุวรรณานนท์ รุ่น 86 และ 88 เป็นนักบอลสวนฯ ทั้งคู่
บอกว่า- ช่วยไปให้ความคิดเห็นแก่นักฟุตบอลของสวนฯ และ เทพฯ ในค่ำนี้หน่อย
โดยผู้บริหารและครูของทั้งสองโรงเรียน..นัดหมายมาเจอะเจอกินข้าวกันที่ ร้านเพลิน-วิภาวดีฯ
ผมจึงตอบตกลง และแหวกการจราจรที่ติดขัดไปตามสถานที่นัดหมาย
พบนักบอลของทั้งสองทีม สลับสับเปลี่ยนกันนั่งตามโต๊ะต่างๆ
ส่วนโต๊ะวีไอพี. มีผู้อำนวยการของสองโรงเรียน และสต๊าฟโค้ชนั่งอยู่
และบุคคลคู่สำคัญที่ร่วมโต๊ะนี้ได้แก่
พ.ต.อ.วีรวิทย์ (มานิตย์) จันทร์จำเริญ - สก.83/84 อดีตนักฟุตบอลตัวกลั่นของ สวนฯ และ จุฬาฯ
ปัจจุบันเป็น ผู้กำกับ สน.พลับพลาไชย 1 ..พื้นที่-ที่ร.ร.เทพศิรินทร์ ตั้งอยู่
กับอีกคนหนึ่ง-แต่งเครื่องแบบสีกากีเต็มยศ..มงกุฎครอบดาวบนบ่าเท่ากับคนแรก
พ.ต.อ.อาจินต์ จารุวร-อดีตผู้รักษาประตูเทพศิรินทร์ ในฟุตบอลจตุรมิตร ยุค 2511-14
ปัจจุบันเป็น รองผู้บังคับการ นครบาล 5
ทั้งสองท่านให้เกียรติมาเล่าเรื่องสามัคคีของสองทีมแต่ครั้งกระโน้น..
จนส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่การงาน-ตั้งแต่เริ่มรับราชการใหม่ๆ ไล่มาถึงปัจจุบัน
ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปหลายต่อหลายครั้งนั้น..
มีพื้นฐานจากการได้หล่อหลอมความสามัคคีจากเกม "จตุรมิตรสามัคคี" ครั้งกระโน้นนั่นเอง
จากนั้นเป็นโอวาทของผู้บริหารและสต๊าฟโค้ชของสองสถาบัน..
ที่ถือกำเนิดมาจากการได้รับพระเมตตา-พระราชทานจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินโดยแท้
นั่นคือ..ล้นเกล้า ร.๕ พระราชทานกำเนิด "สวนกุหลาบ"
เช่นเดียวกับ "เทพศิรินทร์" เป็นลูกรักในอ้อมอกของ "แม่รำเพย"
โอวาทที่นักฟุตบอลของทั้งสองทีมได้รับในค่ำนั้น..
จึงตอกย้ำถึงความสามัคคีของทั้งคู่
...................................................................................................................
แล้วก็ แอ่น-แอ๊น !!
ถึงคิวของผม..ที่ไปแอ่นอกปวารณาตัวเองไว้แต่ต้น-จนเข้ามาเอี่ยวในงานนี้อย่างปัจจุบันทันด่วน
ผมเริ่มต้นร่ายยาว-แต่พอจะสรุปให้อ่านกันได้สั้นๆ ว่า..
บรรดานักเรียนเทพศิรินทร์-ภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง กับสิ่งแรกคือ..
ล้นเกล้าฯ ร.๘ ..ได้ทรงศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนแห่งนี้
และสิ่งที่สองคือ-ภูมิใจในตัวนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ใช่ไหม?
(มีเสียงตอบจากนักบอลเทพฯ ว่า-ใช่)
และทราบดีว่า-ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศเพื่อนบ้านเรา ใช่ไหม?
(มีเสียงงึมงำดังว่า-ใช่..เพราะทีแรกคงคิดว่าจะหมายถึงนายกฯ เมืองไทย-ซึ่งสวนกุหลาบมีอยู่เป็นสิบท่าน)
ครับ-ใช่แล้ว..ท่านตนกู อับดุล เราะ มานห์..อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ของมาเลเซีย
ครั้งที่ท่านมาศึกษาระดับชั้นมัธยม ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์แห่งนี้
โดยท่านเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลตัวยงของทีมเขียว-เหลือง
และห้วงเวลาเดียวกันนั้น..ทางด้านสวนกุหลาบฯ ก็มีนักฟุตบอลคนเก่งเหมือนกัน
ท่านเล่นเก่งจนติดทีมชาติไทย และโชกโชนกับเกมฟุตบอล กระทั่งประสบเหตุขาหักทั้งสองข้าง
ต่อมาท่านดำรงตำแหน่งเป็น นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
ในสมัยที่ท่านเป็น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล..ท่านคือ พล.ต.ท.ต่อศักด์ ยมนาค
และท่านคือผู้ที่ดำริเริ่มต้นจัดแข่งขันฟุตบอล "คิงส์คัพ" ที่มีมาถึงวันนี้และแข่งอยู่เวลานี้
ส่วน ฯพณฯ ตนกู ..ท่านเป็นผู้ริเริ่มจัดแข่งขันฟุตบอลระดับทวีปเอเซียเลยทีเดียว
นั่นคือ-การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน (อายุไม่เกิน 20 ปี) ชิงแชมป์แห่งทวีปเอเซีย
มีจัดแข่งทุกปี มีทีมเข้าร่วมแข่งขันจากชาติต่างๆ ทั่วทวีปไม่ต่ำกว่า 16 ทีมในแต่ละครั้ง
..โดยทีมไทยมีโอกาสได้ชนะเลิศเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2504
(ครั้งนั้น-หากจำไม่ผิด มีนักบอลสวนฯ อาทิ พี่เต้ย-ทวีพงษ์ เสนีย์วงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ฯลฯ ติดทีมชุดนี้ด้วย)
เรียกว่า-เพราะ ท่านตนกู มีลูกฟุตบอลอยู่ในหัวใจ จึงดำเนินการเรื่องนี้ทันทีที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งสูงสุด
นั่นคือกิตติศัพท์ของทั้งสองท่าน-ในเวลาต่อมา
หลังจากที่สมัยนุ่งกางเกงขาสั้นนั้น ท่านเป็นนักฟุตบอลคู่ขับเคี่ยวในเกมสมานสามัคคีระหว่างสถาบันเก่าแก่ของชาติ มาตลอด
จึงต้องขอคำตอบจากทุกคนว่า-
สวนกุหลาบ กับ เทพศิรินทร์ ..เตะฟุตบอลกันมาตั้งแต่รุ่นทวดรุ่นปู่
ท่านเตะเป็นเกมกีฬา-สมานสามัคคี ..รู้แพ้-รู้ชนะ-รู้อภัย (คำขวัญตลอดชีพของ ครูผล ใจสว่าง)
แล้วทีมบอลในปัจจุบันวันนี้-เตะฟุตบอลโดยติดดาบเข้าห้ำหั่นกัน-กระนั้นหรือ??
เกม "จตุรมิตรสามัคคี" กำเนิดมาได้สี่สิบปี
แต่เกมที่อยู่ในหัวใจของทั้งสองโรงเรียนนั้น..เกิดขึ้นในแดนสยาม-เกือบร้อยปีมาแล้ว
......................................................................................................................
ผมร่ายยาวมาถึงตรงนี้-จึงหันไปถามนักบอลสวนฯ ที่นั่งโอบไหล่อยู่กับนักบอลเทพฯ ว่า..
หากจตุรมิตร ครั้งที่ 23 นี้..ทีมสวนฯ ได้ตำแหน่งบ๊วย-จะเสียใจไหม ?
... (ไม่มีคำตอบ..!?!) .....
จึงร่ายต่อ..ว่า..
จำได้ไหม-ใน 22 ครั้งที่ผ่านมา..สวนฯ ชนะกี่ครั้ง และ เทพฯ ชนะ กี่ครั้ง ??
... (ไม่มีคำตอบ..!?!) ... อีก
นั่นไง-เป็นหนึ่งในสุดยอดวัตถุประสงค์ ของ "จตุรมิตร" ที่ยกเว้นการบันทึกสถิติไว้อย่างเป็นทางการ
เขาปล่อยให้เป็นความทรงจำในแต่ละ generation ของทั้งสี่โรงเรียน
ให้เป็นความประทับใจ-ความเสียใจ..ให้มีรอยยิ้ม-มีคราบน้ำตา
ให้เกมดังกล่าว-เป็นเกมสามัคคี เป็นเกมเกียรติยศของลูกผู้ชายทั้งสี่โรงเรียน
ที่จะได้ย้อนความทรงจำในห้วงวันเวลาที่นุ่งขาสั้น..
แล้วเอามารำลึกถึงและถกเถียงกัน..ในวันนี้
จตุรมิตรสามัคคี..ยังจะต้องมีต่อไปอีกเป็นร้อย..สองร้อยปี
หากจัดแข่งขันปีเว้นปีแบบนี้..ก็จะมี "จตุรมิตร" อีก 100 ครั้ง
ในจำนวนนี้-ทีมสวนกุหลาบ อาจจะชนะเลิศถึง 73 ครั้ง ก็ได้
ส่วนที่เหลือ-ให้อีกสามโรงเรียนแบ่งกันไป..
ซึ่งหากเป็นแบบนี้-ก็คงจะไม่มีใครอยากมาเตะกับสวนฯ.. เพราะเอ็งเก่งอยู่คนเดียว !!
แล้วผมก็หันถามนักบอล เทพฯ ว่า...
หรือเทพศิรินทร์-คิดว่าไง ? ..คิดว่าจะชนะเลิศซักกี่ครั้งดี ?
มีคำตอบเสียงดังฉาดฉานจากตัวแทนนักบอลคนหนึ่งว่า..
"ขอ เทพฯ ชนะ 91 ครั้ง..ครับ"
ปลาเริ่มติดเบ็ดแล้วครับ..ผมจึงตอบไปว่า...
"เยี่ยม- เทพศิรินทร์ ยังมีน้ำใจแบ่งขนมให้เพื่อนฝูงอีกตั้ง 9 ครั้งแน่ะ"
ก็เลยมีเสียงเฮจากผู้อยู่ในห้องจำนวนเกินครึ่งร้อย..ผ่อนคลายบรรยากาศ
............................................................................................................
ผมเปลี่ยนเรื่อง-หันมาถามต่ออีกว่า-
นักบอลทั้งสองทีม..เคยมีโอกาสดูวิดีโอเทป การแข่งบอล-แมทช์คลาสสิค ประทับใจคนทั้งโลกมั้ย ?
(มีเสียงพึมพำ-ทั้งเคย และ ไม่เคย..เนื่องจากที่นั่งฟังนั้น ต่างวัย กันหลายรุ่น)
หลายๆ คนพยักหน้า เมื่อผมเฉลยว่า..
แมทช์ตัดเชือก รอบควอเตอร์ไฟนอล ระหว่าง "ฝรั่งเศส" กับ "บราซิล"
ที่ใครต่อใครหลายคนบอกว่า-น่าจะเป็นคู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งนั้น..มากที่สุด
จอมทัพของฝรั่งเศส นำโดย มิเชล พลาตินี่ (คนที่เคยเป็นประธานจัดฟุตบอลโลกเมื่อสองครั้งก่อนหน้านี้)
ปะทะกับบราซิล ที่มี "ซิโก้" เป็นหัวหอก (คนนี้เป็นค้ชใหญ่ของญี่ปุ่นชุดลุยบอลโลกปีหน้า)
ห้วงเวลา 45 นาทีของทั้งสองครึ่งในแมทช์นั้น..ผ่านไปโดยผู้ชมไม่รู้สึกตัวเลย !!
เป็นแมทช์ที่ทั้งคู่เล่นด้วยชั้นเชิงลีลาลูกหนังที่พริ้วไหว..สวยงามจริงๆ
ไม่มีใบแดงหรือใบเหลือง จากกรรมการควักออกมาแจกแม้แต่ใบเดียว
..ขอถามนักบอลวัยรุ่นทั้งสองทีมหน่อยว่า..
แม้จะเกิดไม่ทันดู หรือไม่เคยได้ดูวิดีโอเทปเกมดังกล่าว
แต่วันนี้มีนักฟุตบอลระดับโลก ที่มีลีลาการเล่นคลาสสิค ให้ดูเยอะแยะใช่ไหม ?
..พวกเธอคงชอบ-โรนัลดินโญ่ ..ชอบ-เบคแคมป์ ..ชอบ-ซีดาน ..ชอบ-โรนัลโด้
ชอบเกมการเล่นที่เพลิดเพลินของเขาใช่ไหม ?
นั่นแหละ-ที่เขาเรียกว่า เกมฟุตบอลสมัยใหม่นั้น เป็น entertainment ประเภทหนึ่ง
เหมือนการแสดงหนัง แสดงละคร ให้ผู้ชมชื่นชอบ
นักบอลพวกนั้น สร้างความบันเทิง สนุกสนานเร้าใจ ให้ผู้ชมทั้งสนามและค่อนโลกที่ดูถ่ายทอดสด
เช่นเดียวกับ..25 คน ที่จะอยู่บนหญ้าเขียวสนามศุภฯ วันพรุ่งนี้
..ไม่ต้อง-งง-ครับ
เพราะสองทีมรวม 22 คน แถมยังมีกรรมการและไลน์แมนอีก 3 คน รวมแล้ว 25 คนด้วยกัน
ทั้งหมดคือ entertainer ที่จะต้องสวมบทบาทแสดงเกมที่สนุกสนานเร้าใจ
ให้ผู้ชมทั้งสนามชื่นชอบ..และปรบมือให้
คนดูบนอัฒจรรย์ เป็นผู้ติดตามบทบาทการแสดงของเรา
พวกเขาจะประทับใจ-ยิ้มย่องผ่องใสไปกับเกมที่ใสสะอาด
มีจับไม้จับมือให้อภัยกันในสนาม เมื่อเกิดกระทบกระแทกกันในเกม
..พวกเธอทั้งสองทีม ไม่ต้องไปเล่นบทบาทโหด-ตามเสียงเชียร์ของกองเชียร์ถ่อย ที่มีอยู่ไม่กี่คนบนอัฒจรรย์หรอก
เพราะหากเราติดดาบเล่นกัน..คนดูมีอารมณ์คล้อยตามจากบทตัวร้ายที่เห็นบนสนาม
เหตุการณ์มันก็จะลุกลามต่อเนื่องไปกันใหญ่
เกมฟุตบอลจะต้องดำเนินต่อไป..ถึงแม้พวกเธอจะเรียนจบไปแล้ว
มีครอบครัว-มีลูกหลาน..กระทั่งตายไปในภายหน้า
เกมฟุตบอล-ก็ยังมีอยู่ในโลกนี้
"จตุรมิตรสามัคคี" ก็ยังคงมีต่อไปอีกนานเท่านาน
.......................................................................................................................
แล้วผมก็หันไปหา "ปลาที่ติดเบ็ด" ที่ผมทิ้งทุ่นไว้แต่แรก..แล้วถามว่า..
"เมื่อกี้-นักบอลเทพฯ ท่านใดครับ..ที่บอกว่า-จะขอชนะเลิศจตุรมิตรรวม 91 ครั้ง..น่ะ"
มีผู้ยกมือ..และยิ้มภาคภูมิใจ
ผมจึงสำทับต่อให้ทุกคนได้ยินชัดเจนว่า..
"เพราะฉะนั้น..เธอต้องมีหน้าที่รักษาเกมจตุรมิตรนี้ไว้..เพื่อทำตามความประสงค์ของเธอให้ได้
..เธอต้องไปกำชับลูกของเธอ..ให้กำชับหลาน-เหลน ที่จะเกิดต่อไปในภายหน้าว่า..
จะต้องรักษาความยิ่งใหญ่-ความสามัคคีของ "จตุรมิตร" ไว้ให้ถึง 200 ปีข้างหน้า
เพื่อที่เทพศิรินทร์ จะได้เป็นแชมป์รวมทั้งหมด 91 ครั้ง-ดังที่ตั้งใจไว้..นะครับ"
ถัดจากนั้น-อีกไม่กี่นาที...
เสียงเพลง "จตุรมิตรสามัคคี..ดีเด่น.....
ก็ดังกระหึ่มขึ้น..พร้อมกับการทะยอยกอดคอกัน เดินออกจากห้องของทั้งสองทีม..กลับแคมป์เก็บตัว
แล้วบ่ายวันรุ่งขึ้น..
ผู้ชมทั้งสนาม ก็ได้เห็นเกมชิงที่สามของทั้งสอง..เต็มไปด้วยมิตรภาพอันยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
ส่วนคู่ชิงชนะเลิศนั้น-
บรรยากาศเป็นอย่างไร ? ..ผมไม่ได้สนใจ !?!
เพราะ-ยังปลื้มใจกับภาพ..
นักบอลเสื้อเขียวเหลือง-และชมพูฟ้า..จับมือ-สวมกอดกันกลม..เมื่อจบเกม
ผมขอบันทึกเรื่องราวนี้ไว้ให้อ่าน..
โดยคาดหวังว่า-อีกสองร้อยปีข้างหน้า-จะมีผู้มาให้คำตอบได้ว่า..
เทพศิรินทร์ ขนะเลิศครบ 91 ครั้งจริงๆ !!!
ติดตามชม video clip-before kick off ..เรื่องที่เล่ามานี้..และบรรยากาศอื่นๆ ได้ที่http://www.suan84.com/tv/jaturamitr_16.htm
เมื่อเช้าวาน (๖ กค.๒๕๕๐) ..ผมได้มีโอกาสไปร่วมประชุม
เตรียมการจัดฟุตบอลจตุรมิตร ครั้งที่ ๒๔ ที่ กรุงเทพคริสเตียน จะเป็นเจ้าภาพ
(ซึ่งที่ประชุมระบุจำนวนครั้งที่จัดเอาไว้..ต่อเนื่องมาจากการจัดที่ผ่านมาในระยะหลังๆ)
ที่วงเล็บไว้นั้น..จะเป็นประเด็นที่ผมจะนำเสนอให้เสวนากันในช่วงท้ายของกระทู้นี้
โดยจะขอรายงานถึง-วาระสำคัญของการประชุม-นั่นคือ
"ควรจัดการแข่งขันต่อไปหรือไม่..หรือเลื่อนออกไป..
หรือเปลี่ยนรูปแบบ..หรือเปลี่ยนสถานที่..หรือ ฯลฯ"
เพราะหลักใหญ่ใจความเกิดจาก..ความห่วงใยของผู้ปกครองที่ห่วงใยลูกหลานของตน
จะเกิดอันตรายจากเหตุวิวาทระหว่างนักเรียนทั้ง ๔ สถาบัน
ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในทุกๆ ที่มีการแข่งขัน
ล่าสุด..เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ระหว่าง คริสเตียน และ อัสสัมชัญ
(มีแซวในที่ประชุมว่า-ปีนี้เด็กหรั่ง ล่อกันก่อน เด็กไทย)
มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง สารพัดเหตุผล..จากทุกองค์กรของทั้ง ๔ สถาบัน
ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร, สมาคมผู้ปกครอง, เครือข่ายผู้ปกครอง, ศิษย์ศิษย์ปัจจุบัน
ยครบถ้วนกว่าสิบคน (และหลายรอบ)..ใช้เวลาถึงสองชั่วโมงเต็ม
แต่ทุกๆ บทสรุปอภิปรายของทุกคน..ล้วนบอกว่า "ต้องจัดต่อไป"
และยังมีมติต่อเนื่องมาอีกว่า...
จัดแข่งแบบเดิม-พบกันหมด-มีชิงชนะเลิศ-จัดแข่งที่สนามศุภฯ เหมือนเดิม
เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ที่จะรักษาประเพณีอันยิ่งใหญ่ของ ๔ สถาบันเกียรติยศนี้ไว้
อีกทั้งจะร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากกลุ่มนักเรียนผู้ไม่หวังดี
ซึ่งมีอยู่จำนวนหนึ่ง..โดยทุกๆ ฝ่ายจะเดินหน้าช่วยกันแก้..
ไม่ใช่ว่า..จะเดินหนี..อยู่ลูกเดียว-ทั้งๆ ที่มันเป็น พันธกิจของทุกฝ่ายต้องทำ !!
........................................................................................................................
ช่วงท้ายประชุม-ได้นำเรื่อง..
การนับจำนวนครั้งที่จัดแข่งขันจุตรมิตร เกิดผิดพลาด..เข้ามาปรึกษา
โดย อ.วีรกิจ สกุลพันธุ์ ท.ศ.๑๙-๒๑..
นำเสนอเรื่องพร้อมหลักฐานเป็น..สูจิบัตรของงาน เมื่อ ปี ๒๕๑๗
รวมทั้งหนังสือประจำปีของเทพศิรินทร์มาเสนอให้พิจารณาด้วยว่า..
ในพ.ศ.ดังกล่าว-มีการจัดแข่งขัน เป็นครั้งที่ ๘
ไม่ใช่จัดครั้งที่ ๘ ในปี ๒๕๒๑ ตามที่บันทึกต่อเนื่องผิดๆ กันมาตลอด
ซึ่งที่ประชุมได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง..ให้รีบศึกษาค้นคว้าเพื่อมาแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป
นับเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง..ที่บรรดาผู้เกี่ยวข้องได้ใส่ใจและรีบดำเนินการ
..และผมยังได้เสนอแนะแนวทางการค้นคว้าข้อมูล
โดยแสวงหาจาก clipping ข่าวของหนังสือพิมพ์ อาทิ ไทยรัฐ / เดลินิวส์ เป็นต้น
.......................................................................................................................
ช่วงขณะมีการอภิปรายนั้น..
ผมได้ลองเขียนไล่เรียงจำนวนครั้งของ..จตุรมิตร..ดู..
ก้อเห็นเป็นดังนี้..ครั้งที่ ๑-๒๕๐๗ / ครั้ง ๒-๒๕๐๘
แล้วหยุดไปสองปี..มาต่อ ครั้ง ๓-๒๕๑๑ / ครั้ง ๔-๒๕๑๒
ครั้งที่ ๔ ก้อมีการเลื่อนแข่งเหมือนกัน แต่เลื่อนเฉพาะวันทำพิธีปิด
เนื่องจากเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ (กรณีนี้น่าสนใจครับ) จึงเลื่อนออกไปประมาณ ๑๐ วัน
ผมจำตรงนี้ได้แม่น..เพราะมันทำให้-ผมสามารถมีเวลาฝึกซ้อมกองเชียร์สวนฯ
ให้ปรบมือเป็นรูปกังหันหมุนได้สำเร็จเป็นครั้งแรกและสถาบันแรก
จนรุ่นหลังๆ ได้พัฒนารูปแบบการปรบมือให้หลากหลายมาถึงทุกวันนี้
......................................................................................................................
มาว่ากันต่อที่จำนวนครั้งและพ.ศ.ที่จัด
ครั้ง ๕-๒๕๑๓ / ครั้ง ๖-๒๕๑๔ (ครั้งนี้มีแน่นอน-เพราะผมถ่ายภาพยนตร์ไว้-มีภาพชัดเจน)
ครั้ง ๗-๒๕๑๕ / ..เอาแล้วซิ-หากไล่ตามนี้ ครั้งที่ ๘ ก้อน่าจะเป็น พ.ศ.๒๕๑๖
แต่ทำไมของ อจ.วีรกิจ..ถึงมีสูจิบัตรระบุ ครั้งที่ ๘ เป็น พ.ศ.๒๕๑๗ ???
ผมแสวงหาคำตอบตรงนี้ได้ไม่ยาก
เพราะช่วงจัดจตุรมิตรแต่ละปีนั้น มีกำหนดการที่แน่นอนว่า..
จะจัดในเดือนตุลาคมของทุกปี โดยจะมีกิจกรรมหนึ่งที่ ๔ โรงเรียน ร่วมมือรวมใจกันตลอด
นอกเหนือจากการแข่งฟุตบอล..นั่นคือ ร่วมกันถวายบังคมพระบรมรูปทรงม้า ๒๓ ตุลาคม
ภาพวงโยธวาทิตและขบวนนักเรียนอัญเชิญพานพุ่มไปถวายสักการะนั้น..งดงามยิ่งนัก
เพราะฉะนั้น..ในปี พ.ศ.๒๕๑๖ จึงไม่น่าจะมีการแข่งขัน
เนื่องจากเกิดเหตุไม่สงบ..๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ขึ้น จนกลายเป็นวันมหาวิปโยค
จตุรมิตรสามัคคี จึงต้องหลีกลี้..หยุดไปอีก เพราะนักเรียนมัวไปตีกัน..เอ๊ย ! เดินขบวน
แล้วย้อนกลับมาใหม่เป็นครั้งที่ ๘ ในปี ๒๕๑๗ ตรงตามสูจิบัตรที่ อจ.วีรกิจ นำมาให้ชม
..................................................................................................................
หลังจากนั้น..ในที่ประชุม ยังได้มีการเสวนาถึงปีที่มีการจัดแข่งขัน..กันต่ออีกหลายประเด็น
แต่เนื่องจากเวลาจำกัด-ที่ประชุมจึงขอให้อนุกรรมการฯ ไปดำเนินการค้นคว้าดังกล่าว
สำหรับผม..ขอเสนอเอาไว้เป็นข้อมูลและน่าจะเป็นหลักฐานต่อไปได้ว่า...
จากบันทึกเป็นข้อความไว้ในสูจิบัตรระยะหลังๆ จนคัดลอกต่อกันมาเป็นสิบๆ ปีว่า..
"..เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ และภาวะทางการเมือง
ไม่เอื้ออำนวยให้จัดการแข่งขันฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี
จึงว่างเว้นไประยะหนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 ถึง พ.ศ. 2520
และได้มีการจัดขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2521 เป็นครั้งที่ 8.."
ข้อความดังกล่าวนี้แหละ..ที่ทำให้ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไป
ซึ่งอาจเกิดจากความบกพร่องของบุคลากรที่รับผิดชอบการเขียนเรื่องนี้
ที่ไม่ได้ใส่ใจในข้อเท็จจริง จึงปล่อยผ่านละเลยมาตลอด
จนถึง พ.ศ.นี้-ที่ต้องมาถกเถียงแสวงหาความจริงกัน
จากประกายที่ อจ.วีรกิจ สกุลพันธุ์ ได้จุดขึ้นมา
และผมยังมีข้อสังเกตต่อเนื่องอีกว่า..
การกลับมาของ จตุรมิตรสามัคคี ในปี พ.ศ.๒๕๒๑ นั้น
น่าจะมีการจัดแข่งขันขึ้นอย่างเป็นทางการแน่นอน
แต่จะนับเป็นครั้งที่เท่าไร คงต้องให้อนุกรรมการฯ ศึกษาค้นคว้ากันต่อไป
และช่วง พ.ศ.๒๕๑๘, ๒๕๑๙ และ ๒๕๒๐ จะมีแข่งหรือไม่ ? จัดแบบใด ?
จะเป็นแบบทางการหรือแบบย่อยๆ ไม่เป็นทางการ ก็น่าจะเป็นไปได้ จึงไม่มีการนับครั้ง..
โดยมีประเด็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและการเมืองไม่อำนวย..เป็นเหตุค้ำยันอยู่
ซึ่งผม-ขอเสนออีกหนึ่งปัจจัยเข้ามาเป็นเหตุด้วย..นั่นคือ "น้ำท่วม"
สามารถยืนยันได้ว่า..ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๑๘ นั้น น้ำท่วมกรุงเทพขนานใหญ่
ผมจำได้ชัดเจน เพราะเวลานั้น-ออฟฟิศที่ผมทำงาน..ตั้งอยู่ถนนรองเมือง ติดกับสนามศุภฯ
ต้องทุลักทุเล..ท่องน้ำ..ไปทำงานอยู่หลายสัปดาห์
พอ ปี พ.ศ.๒๕๑๙ เกิดเหตุวิปโยค ๖ ตุลาคมขึ้นอีก
นิสิตนักศึกษาและนักเรียน..หนีเข้าป่ากันมากมาย
จึงไม่น่าจะมีการจัดจตุรมิตรสามัคคี..ในปีนี้แน่นอน
แล้วถัดมา ..พ.ศ.๒๕๒๐ ก้อไม่น่าจะจัดเหมือนกัน
เนื่องจากสถานการณ์การเมืองช่วงนั้น สับสนชุลมุน
ไม่ว่าจะเป็นกรณีนักเรียนนักศึกษาหนีหายเข้าป่าไปเป็นปี..
จนทำให้สถานศึกษาต่างๆ และพ่อแม่ผู้ปกครองวิตกกังวลกันมากแล้ว
ยังมีกรณี พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ผบ.ทบ. เลขาฯ คณะปฏิรูปการปกครอง
ยึดอำนาจจากรัฐบาลหอย (นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกฯ)
..ก้อเกิดขึ้นอีก เมื่อ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๐
จึงน่าจะเป็นคำตอบได้ว่า..ไม่มีจตุรมิตร..ในพ.ศ.นี้
พอมาเริ่มใหม่-ที่มีการยืนยันว่า จัดขึ้นแน่นอนในปี ๒๕๒๑ นั้น
จะเรียกขานเป็นครั้งที่เท่าไหร่..ต้องคอยการยืนยันชัดๆ จากการค้นคว้าเสียก่อน
สำหรับผมในเวลานี้..ค่อนข้างแน่ใจว่า-เป็นครั้งที่ ๙ ครับ
จึงเสนอไว้เป็นประเด็นให้เสวนา
และฝากถึงผู้ที่มีบันทึกหรือหลักฐานอื่นๆ
เข้ามาช่วยกันสังคยานากำพืดของพวกเรา
ทั้ง ๔ สถาบันเกรียงไกรของประเทศด้วยครับ
เมื่อคราวที่ไปติดตามถ่ายวิดีโอเก็บบรรยากาศ จตุรมิตร ครั้งล่าสุดในแง่มุมต่างๆ อยู่นั้น
คิดเพียงแค่ว่า..จะพยายามเก็บสาระพัดสาระพันสิ่งน่ารักน่าสนใจ..มาให้มากที่สุด
จนถึงวันปิดสนาม..ซึ่งกะตอนแรกไว้ในใจว่า-จะถ่ายเฉพาะเกมแข่งชิงที่สาม
ระหว่าง สวนฯ กับ เทพศิรินทร์..ซึ่งหลายต่อหลายคน ห่วงอาการมาตั้งแต่ก่อนแข่ง
จากนั้น..ก็จะรีบกลับมาตัดต่อ เพื่อป้อนขึ้น web ให้เร็วที่สุด
..แต่ web master-kkasem รีบโทร.ไปบอกที่สนามว่า..
ขอให้ถ่ายภาพแปรอักษรมาให้มากที่สุด-
เนื่องจากเวลานั้น มีลูกสวนฯ จำนวนมาก แจ้งความต้องการเข้าไปที่ web suan84
ก็เลยต้อง..เดินย้อนไปย้อนมา ระหว่างหัวสนามกับท้ายสนามศุภฯ ถ่าย video แปรอักษรวันนั้น
มาตัดต่อให้ชมกันเท่าที่พอจะมีโอกาสเอื้ออำนวย
...................................................................................
ย้อนไปถึงหัวค่ำของวันก่อนพิธีปิด
ที่ก่อนหน้านั้น-หลายต่อหลายคนเป็นห่วงว่า-เกมชิงที่สาม ทั้งสองจะติดดาบเล่นบอล
กระทั่งมีข่าวว่า-อาจจะยกเลิกเกม โดยให้สองโรงเรียนไปร่วมพิธีปิด แต่ไม่มีการเตะในสนาม
เรื่องนี้-ผมทราบและแย้งกับผู้อำนวยการของสวนฯ ไปแล้ว ในงานเลี้ยงของรุ่น 88 (30 พย.) แก่นักบอลสวนฯ ที่ร.ร.เอเซีย..
โดยผมให้เหตุผลว่า- การยกเลิกเกมเตะ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่บรมห่วยที่สุด !!
เขาเรียกว่าหนีปัญหา..มิใช่การแก้ปัญหาของระดับบริหาร
หากเป็นเช่นนี้-จตุรมิตร ที่มีมา 41 ปี ก็คงจะต้องเลิกไปเลยรีไง??
พร้อมทั้งปวารณาตัวเองว่า-
ยินดีจะพาพี่สวนฯ รุ่นเก่าๆ อาทิ พี่หลอ-ประภัทร์ มาเป็นกองเชียร์และโฆษกในสนามให้-ในวันปิด
เพื่อจะได้สาธกเรื่องความสามัคคีอันดีที่มีมาเก่าแก่เกือบครึ่งศตวรรษ..ให้กองเชียร์ทั้งสองได้ฟัง
......................................................................................
สองวันถัดมา..ตอนบ่ายของศุกร์ที่ 2 ธค. ก่อนจะถึงพิธีปิด
ก็ได้รับโทรศัพท์ตามตัวด่วนจาก..
เต๊ะ-สมเกียรติ มณีอินทร์ และ ป๊อก-ประกาศิต สุวรรณานนท์ รุ่น 86 และ 88 เป็นนักบอลสวนฯ ทั้งคู่
บอกว่า- ช่วยไปให้ความคิดเห็นแก่นักฟุตบอลของสวนฯ และ เทพฯ ในค่ำนี้หน่อย
โดยผู้บริหารและครูของทั้งสองโรงเรียน..นัดหมายมาเจอะเจอกินข้าวกันที่ ร้านเพลิน-วิภาวดีฯ
ผมจึงตอบตกลง และแหวกการจราจรที่ติดขัดไปตามสถานที่นัดหมาย
พบนักบอลของทั้งสองทีม สลับสับเปลี่ยนกันนั่งตามโต๊ะต่างๆ
ส่วนโต๊ะวีไอพี. มีผู้อำนวยการของสองโรงเรียน และสต๊าฟโค้ชนั่งอยู่
และบุคคลคู่สำคัญที่ร่วมโต๊ะนี้ได้แก่
พ.ต.อ.วีรวิทย์ (มานิตย์) จันทร์จำเริญ - สก.83/84 อดีตนักฟุตบอลตัวกลั่นของ สวนฯ และ จุฬาฯ
ปัจจุบันเป็น ผู้กำกับ สน.พลับพลาไชย 1 ..พื้นที่-ที่ร.ร.เทพศิรินทร์ ตั้งอยู่
กับอีกคนหนึ่ง-แต่งเครื่องแบบสีกากีเต็มยศ..มงกุฎครอบดาวบนบ่าเท่ากับคนแรก
พ.ต.อ.อาจินต์ จารุวร-อดีตผู้รักษาประตูเทพศิรินทร์ ในฟุตบอลจตุรมิตร ยุค 2511-14
ปัจจุบันเป็น รองผู้บังคับการ นครบาล 5
ทั้งสองท่านให้เกียรติมาเล่าเรื่องสามัคคีของสองทีมแต่ครั้งกระโน้น..
จนส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่การงาน-ตั้งแต่เริ่มรับราชการใหม่ๆ ไล่มาถึงปัจจุบัน
ซึ่งสำเร็จลุล่วงไปหลายต่อหลายครั้งนั้น..
มีพื้นฐานจากการได้หล่อหลอมความสามัคคีจากเกม "จตุรมิตรสามัคคี" ครั้งกระโน้นนั่นเอง
จากนั้นเป็นโอวาทของผู้บริหารและสต๊าฟโค้ชของสองสถาบัน..
ที่ถือกำเนิดมาจากการได้รับพระเมตตา-พระราชทานจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินโดยแท้
นั่นคือ..ล้นเกล้า ร.๕ พระราชทานกำเนิด "สวนกุหลาบ"
เช่นเดียวกับ "เทพศิรินทร์" เป็นลูกรักในอ้อมอกของ "แม่รำเพย"
โอวาทที่นักฟุตบอลของทั้งสองทีมได้รับในค่ำนั้น..
จึงตอกย้ำถึงความสามัคคีของทั้งคู่
...................................................................................................................
แล้วก็ แอ่น-แอ๊น !!
ถึงคิวของผม..ที่ไปแอ่นอกปวารณาตัวเองไว้แต่ต้น-จนเข้ามาเอี่ยวในงานนี้อย่างปัจจุบันทันด่วน
ผมเริ่มต้นร่ายยาว-แต่พอจะสรุปให้อ่านกันได้สั้นๆ ว่า..
บรรดานักเรียนเทพศิรินทร์-ภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง กับสิ่งแรกคือ..
ล้นเกล้าฯ ร.๘ ..ได้ทรงศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนแห่งนี้
และสิ่งที่สองคือ-ภูมิใจในตัวนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง ใช่ไหม?
(มีเสียงตอบจากนักบอลเทพฯ ว่า-ใช่)
และทราบดีว่า-ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศเพื่อนบ้านเรา ใช่ไหม?
(มีเสียงงึมงำดังว่า-ใช่..เพราะทีแรกคงคิดว่าจะหมายถึงนายกฯ เมืองไทย-ซึ่งสวนกุหลาบมีอยู่เป็นสิบท่าน)
ครับ-ใช่แล้ว..ท่านตนกู อับดุล เราะ มานห์..อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ของมาเลเซีย
ครั้งที่ท่านมาศึกษาระดับชั้นมัธยม ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์แห่งนี้
โดยท่านเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลตัวยงของทีมเขียว-เหลือง
และห้วงเวลาเดียวกันนั้น..ทางด้านสวนกุหลาบฯ ก็มีนักฟุตบอลคนเก่งเหมือนกัน
ท่านเล่นเก่งจนติดทีมชาติไทย และโชกโชนกับเกมฟุตบอล กระทั่งประสบเหตุขาหักทั้งสองข้าง
ต่อมาท่านดำรงตำแหน่งเป็น นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย
ในสมัยที่ท่านเป็น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล..ท่านคือ พล.ต.ท.ต่อศักด์ ยมนาค
และท่านคือผู้ที่ดำริเริ่มต้นจัดแข่งขันฟุตบอล "คิงส์คัพ" ที่มีมาถึงวันนี้และแข่งอยู่เวลานี้
ส่วน ฯพณฯ ตนกู ..ท่านเป็นผู้ริเริ่มจัดแข่งขันฟุตบอลระดับทวีปเอเซียเลยทีเดียว
นั่นคือ-การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน (อายุไม่เกิน 20 ปี) ชิงแชมป์แห่งทวีปเอเซีย
มีจัดแข่งทุกปี มีทีมเข้าร่วมแข่งขันจากชาติต่างๆ ทั่วทวีปไม่ต่ำกว่า 16 ทีมในแต่ละครั้ง
..โดยทีมไทยมีโอกาสได้ชนะเลิศเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2504
(ครั้งนั้น-หากจำไม่ผิด มีนักบอลสวนฯ อาทิ พี่เต้ย-ทวีพงษ์ เสนีย์วงศ์, ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ฯลฯ ติดทีมชุดนี้ด้วย)
เรียกว่า-เพราะ ท่านตนกู มีลูกฟุตบอลอยู่ในหัวใจ จึงดำเนินการเรื่องนี้ทันทีที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งสูงสุด
นั่นคือกิตติศัพท์ของทั้งสองท่าน-ในเวลาต่อมา
หลังจากที่สมัยนุ่งกางเกงขาสั้นนั้น ท่านเป็นนักฟุตบอลคู่ขับเคี่ยวในเกมสมานสามัคคีระหว่างสถาบันเก่าแก่ของชาติ มาตลอด
จึงต้องขอคำตอบจากทุกคนว่า-
สวนกุหลาบ กับ เทพศิรินทร์ ..เตะฟุตบอลกันมาตั้งแต่รุ่นทวดรุ่นปู่
ท่านเตะเป็นเกมกีฬา-สมานสามัคคี ..รู้แพ้-รู้ชนะ-รู้อภัย (คำขวัญตลอดชีพของ ครูผล ใจสว่าง)
แล้วทีมบอลในปัจจุบันวันนี้-เตะฟุตบอลโดยติดดาบเข้าห้ำหั่นกัน-กระนั้นหรือ??
เกม "จตุรมิตรสามัคคี" กำเนิดมาได้สี่สิบปี
แต่เกมที่อยู่ในหัวใจของทั้งสองโรงเรียนนั้น..เกิดขึ้นในแดนสยาม-เกือบร้อยปีมาแล้ว
......................................................................................................................
ผมร่ายยาวมาถึงตรงนี้-จึงหันไปถามนักบอลสวนฯ ที่นั่งโอบไหล่อยู่กับนักบอลเทพฯ ว่า..
หากจตุรมิตร ครั้งที่ 23 นี้..ทีมสวนฯ ได้ตำแหน่งบ๊วย-จะเสียใจไหม ?
... (ไม่มีคำตอบ..!?!) .....
จึงร่ายต่อ..ว่า..
จำได้ไหม-ใน 22 ครั้งที่ผ่านมา..สวนฯ ชนะกี่ครั้ง และ เทพฯ ชนะ กี่ครั้ง ??
... (ไม่มีคำตอบ..!?!) ... อีก
นั่นไง-เป็นหนึ่งในสุดยอดวัตถุประสงค์ ของ "จตุรมิตร" ที่ยกเว้นการบันทึกสถิติไว้อย่างเป็นทางการ
เขาปล่อยให้เป็นความทรงจำในแต่ละ generation ของทั้งสี่โรงเรียน
ให้เป็นความประทับใจ-ความเสียใจ..ให้มีรอยยิ้ม-มีคราบน้ำตา
ให้เกมดังกล่าว-เป็นเกมสามัคคี เป็นเกมเกียรติยศของลูกผู้ชายทั้งสี่โรงเรียน
ที่จะได้ย้อนความทรงจำในห้วงวันเวลาที่นุ่งขาสั้น..
แล้วเอามารำลึกถึงและถกเถียงกัน..ในวันนี้
จตุรมิตรสามัคคี..ยังจะต้องมีต่อไปอีกเป็นร้อย..สองร้อยปี
หากจัดแข่งขันปีเว้นปีแบบนี้..ก็จะมี "จตุรมิตร" อีก 100 ครั้ง
ในจำนวนนี้-ทีมสวนกุหลาบ อาจจะชนะเลิศถึง 73 ครั้ง ก็ได้
ส่วนที่เหลือ-ให้อีกสามโรงเรียนแบ่งกันไป..
ซึ่งหากเป็นแบบนี้-ก็คงจะไม่มีใครอยากมาเตะกับสวนฯ.. เพราะเอ็งเก่งอยู่คนเดียว !!
แล้วผมก็หันถามนักบอล เทพฯ ว่า...
หรือเทพศิรินทร์-คิดว่าไง ? ..คิดว่าจะชนะเลิศซักกี่ครั้งดี ?
มีคำตอบเสียงดังฉาดฉานจากตัวแทนนักบอลคนหนึ่งว่า..
"ขอ เทพฯ ชนะ 91 ครั้ง..ครับ"
ปลาเริ่มติดเบ็ดแล้วครับ..ผมจึงตอบไปว่า...
"เยี่ยม- เทพศิรินทร์ ยังมีน้ำใจแบ่งขนมให้เพื่อนฝูงอีกตั้ง 9 ครั้งแน่ะ"
ก็เลยมีเสียงเฮจากผู้อยู่ในห้องจำนวนเกินครึ่งร้อย..ผ่อนคลายบรรยากาศ
............................................................................................................
ผมเปลี่ยนเรื่อง-หันมาถามต่ออีกว่า-
นักบอลทั้งสองทีม..เคยมีโอกาสดูวิดีโอเทป การแข่งบอล-แมทช์คลาสสิค ประทับใจคนทั้งโลกมั้ย ?
(มีเสียงพึมพำ-ทั้งเคย และ ไม่เคย..เนื่องจากที่นั่งฟังนั้น ต่างวัย กันหลายรุ่น)
หลายๆ คนพยักหน้า เมื่อผมเฉลยว่า..
แมทช์ตัดเชือก รอบควอเตอร์ไฟนอล ระหว่าง "ฝรั่งเศส" กับ "บราซิล"
ที่ใครต่อใครหลายคนบอกว่า-น่าจะเป็นคู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกครั้งนั้น..มากที่สุด
จอมทัพของฝรั่งเศส นำโดย มิเชล พลาตินี่ (คนที่เคยเป็นประธานจัดฟุตบอลโลกเมื่อสองครั้งก่อนหน้านี้)
ปะทะกับบราซิล ที่มี "ซิโก้" เป็นหัวหอก (คนนี้เป็นค้ชใหญ่ของญี่ปุ่นชุดลุยบอลโลกปีหน้า)
ห้วงเวลา 45 นาทีของทั้งสองครึ่งในแมทช์นั้น..ผ่านไปโดยผู้ชมไม่รู้สึกตัวเลย !!
เป็นแมทช์ที่ทั้งคู่เล่นด้วยชั้นเชิงลีลาลูกหนังที่พริ้วไหว..สวยงามจริงๆ
ไม่มีใบแดงหรือใบเหลือง จากกรรมการควักออกมาแจกแม้แต่ใบเดียว
..ขอถามนักบอลวัยรุ่นทั้งสองทีมหน่อยว่า..
แม้จะเกิดไม่ทันดู หรือไม่เคยได้ดูวิดีโอเทปเกมดังกล่าว
แต่วันนี้มีนักฟุตบอลระดับโลก ที่มีลีลาการเล่นคลาสสิค ให้ดูเยอะแยะใช่ไหม ?
..พวกเธอคงชอบ-โรนัลดินโญ่ ..ชอบ-เบคแคมป์ ..ชอบ-ซีดาน ..ชอบ-โรนัลโด้
ชอบเกมการเล่นที่เพลิดเพลินของเขาใช่ไหม ?
นั่นแหละ-ที่เขาเรียกว่า เกมฟุตบอลสมัยใหม่นั้น เป็น entertainment ประเภทหนึ่ง
เหมือนการแสดงหนัง แสดงละคร ให้ผู้ชมชื่นชอบ
นักบอลพวกนั้น สร้างความบันเทิง สนุกสนานเร้าใจ ให้ผู้ชมทั้งสนามและค่อนโลกที่ดูถ่ายทอดสด
เช่นเดียวกับ..25 คน ที่จะอยู่บนหญ้าเขียวสนามศุภฯ วันพรุ่งนี้
..ไม่ต้อง-งง-ครับ
เพราะสองทีมรวม 22 คน แถมยังมีกรรมการและไลน์แมนอีก 3 คน รวมแล้ว 25 คนด้วยกัน
ทั้งหมดคือ entertainer ที่จะต้องสวมบทบาทแสดงเกมที่สนุกสนานเร้าใจ
ให้ผู้ชมทั้งสนามชื่นชอบ..และปรบมือให้
คนดูบนอัฒจรรย์ เป็นผู้ติดตามบทบาทการแสดงของเรา
พวกเขาจะประทับใจ-ยิ้มย่องผ่องใสไปกับเกมที่ใสสะอาด
มีจับไม้จับมือให้อภัยกันในสนาม เมื่อเกิดกระทบกระแทกกันในเกม
..พวกเธอทั้งสองทีม ไม่ต้องไปเล่นบทบาทโหด-ตามเสียงเชียร์ของกองเชียร์ถ่อย ที่มีอยู่ไม่กี่คนบนอัฒจรรย์หรอก
เพราะหากเราติดดาบเล่นกัน..คนดูมีอารมณ์คล้อยตามจากบทตัวร้ายที่เห็นบนสนาม
เหตุการณ์มันก็จะลุกลามต่อเนื่องไปกันใหญ่
เกมฟุตบอลจะต้องดำเนินต่อไป..ถึงแม้พวกเธอจะเรียนจบไปแล้ว
มีครอบครัว-มีลูกหลาน..กระทั่งตายไปในภายหน้า
เกมฟุตบอล-ก็ยังมีอยู่ในโลกนี้
"จตุรมิตรสามัคคี" ก็ยังคงมีต่อไปอีกนานเท่านาน
.......................................................................................................................
แล้วผมก็หันไปหา "ปลาที่ติดเบ็ด" ที่ผมทิ้งทุ่นไว้แต่แรก..แล้วถามว่า..
"เมื่อกี้-นักบอลเทพฯ ท่านใดครับ..ที่บอกว่า-จะขอชนะเลิศจตุรมิตรรวม 91 ครั้ง..น่ะ"
มีผู้ยกมือ..และยิ้มภาคภูมิใจ
ผมจึงสำทับต่อให้ทุกคนได้ยินชัดเจนว่า..
"เพราะฉะนั้น..เธอต้องมีหน้าที่รักษาเกมจตุรมิตรนี้ไว้..เพื่อทำตามความประสงค์ของเธอให้ได้
..เธอต้องไปกำชับลูกของเธอ..ให้กำชับหลาน-เหลน ที่จะเกิดต่อไปในภายหน้าว่า..
จะต้องรักษาความยิ่งใหญ่-ความสามัคคีของ "จตุรมิตร" ไว้ให้ถึง 200 ปีข้างหน้า
เพื่อที่เทพศิรินทร์ จะได้เป็นแชมป์รวมทั้งหมด 91 ครั้ง-ดังที่ตั้งใจไว้..นะครับ"
ถัดจากนั้น-อีกไม่กี่นาที...
เสียงเพลง "จตุรมิตรสามัคคี..ดีเด่น.....
ก็ดังกระหึ่มขึ้น..พร้อมกับการทะยอยกอดคอกัน เดินออกจากห้องของทั้งสองทีม..กลับแคมป์เก็บตัว
แล้วบ่ายวันรุ่งขึ้น..
ผู้ชมทั้งสนาม ก็ได้เห็นเกมชิงที่สามของทั้งสอง..เต็มไปด้วยมิตรภาพอันยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
ส่วนคู่ชิงชนะเลิศนั้น-
บรรยากาศเป็นอย่างไร ? ..ผมไม่ได้สนใจ !?!
เพราะ-ยังปลื้มใจกับภาพ..
นักบอลเสื้อเขียวเหลือง-และชมพูฟ้า..จับมือ-สวมกอดกันกลม..เมื่อจบเกม
ผมขอบันทึกเรื่องราวนี้ไว้ให้อ่าน..
โดยคาดหวังว่า-อีกสองร้อยปีข้างหน้า-จะมีผู้มาให้คำตอบได้ว่า..
เทพศิรินทร์ ขนะเลิศครบ 91 ครั้งจริงๆ !!!
ติดตามชม video clip-before kick off ..เรื่องที่เล่ามานี้..และบรรยากาศอื่นๆ ได้ที่http://www.suan84.com/tv/jaturamitr_16.htm
By:
• อ่าน 919 • ตอบ 1
• 30 มี.ค. 51 13:44
×
ความคิดเห็นที่ 1
ขอชมเพื่อน ช้าง เขียนข่าวเนื้อหาได้ดีมาก อ่านแล้วเพลินดีครับ
จาก
เพื่อน สุเทพ ห้อง 5/8
จาก
เพื่อน สุเทพ ห้อง 5/8
By: สุเทพ นันทไชย
• 30 มี.ค. 51 13:44
เข้าสู่ระบบ
เพื่อเสนอความคิดเห็น