กระดานสนทนา ← กลับ
" สวนกุหลาบ ประเพณี ภาวะทุนนิยมที่คลืบคลาน กับ...สันดานกา " [No. 690]
" สวนกุหลาบ ประเพณี ภาวะทุนนิยมที่คลืบคลาน กับ...สันดานกา "
เหมือนเป็นแมลงร้ายกาจที่คอยกัดกินสวนกุหลาบของพวกเราให้ผุพัง ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะรู้ แต่ก็มีหลายคนที่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ สถานศึกษาที่ทรงเกียรติกลับกลายเป็นสถาบันการค้าที่ติดโลโกว่า ส.ก.

ทุกอย่างทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเงินจะซื้อได้หมด ไม่เว้นแต่คะแนน โรงเรียนเรานี้ชอบนำคะแนนนู่นคะแนนนี่มาเป็นข้ออ้างทางการค้าของโรงเรียนและตัวเองทั้งทางตรงและทางอ้อม

เริ่มตั้งแต่เรื่องเล็กๆอย่างการทำรายงาน หลายวิชาก็มักจะต้องทำรายงานที่มีแต่ปริมาณคือมากทั้งจำนวนหน้า และชิ้นงาน โดยที่แต่ละงานก็มิได้พัฒนาศักยภาพผู้เรียนเอาเสียเลย แค่copy จากที่นู่นที่นี่ เย็บเล่มสวยๆหน่อยก็พอแล้ว ใครที่เอากระดาษที่หน้าหลังใช้แล้วมาส่งคงถูกอาจารย์ผู้สอนด่าพ่อล่อแม่ ทั้งๆที่ทุกวันนี้โลกร้อนขึ้นทุกที แต่อาจารย์ก็ไม่สนใจ บางคนสอนเศรษฐกิจพอเพียง แต่ตัวเองกลับไม่พอเพียง ทำตัวฟุ่มเฟือย บ้างก็แต่งหน้าทาปากยังกะนางเอกงิ้ว หรือบางท่านก็เหมือนตู้เพชรเคลื่อนที่ เที่ยวอวดเฟอร์นิเจอร์บนเรือนกาย แต่ความดีมักไม่มี แต่ถึงไม่มีก็อยากอวด สอนเด็กแต่ไม่เคยสอนตนเอง อย่างนี้ไม่น่านับถือเลย คุณว่าไหมครับ

หนักกว่านั้นขึ้นมาหน่อยก็คือการสอนพิเศษ ที่เป็นรายได้หลักของครูอาจารย์บางท่าน ที่มักจะหมกเม้มความรู้และข้อสอบเอาไว้สอนที่เรียนพิเศษ

หรือการจัดกิจกรรมต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นขายเสื้อนู่นเสื้อนั่น เดินนู่นเดินนี่ ค่ายนู้นค่ายนี้ เป้าประสงค์ก็คือหาประโยชน์เข้าโรงเรียน กล่าวคือโรงเรียน(โรงเนียน)ได้ทั้งหน้าได้ทั้งเงิน แต่เงินก็มักจะเอาไปถลุงกับเรื่องไร้สาระเสียมากมาย ไม่ว่าจะการปลูกหญ้าที่ซื้อหญ้าห่วยๆ ที่ปลูกสามวัน สี่วันตาย สนามบอลเราจึงกลายเป็นปลักโคลน ไม่รู้ว่าเงินจัดซื้อกับจัดจ้างมันเท่ากันหรือเปล่า สมัยผ.อ. ท่านเก่านี้มีปัญหาอย่างว่านี้มาก และปัจจุบันก็ยังได้ยินเรื่องทำนองนี้อยู่เรื่อยๆ และอาจารย์ก็มักจะเอาคะแนนต่างๆมาเป็นข้อบังคับให้เข้าร่วม ราวกับว่าเงินทองนี้มันหาง่าย แค่ล้วงออกจากปากก็มีแล้ว

อาจารย์ลดฐานะตนเองจากข้าราชการ(ข้าของราชา )เป็นข้าของโรงเรียน(ข้าของใครคุณก็รู้) ทำหน้าที่รีดไถผู้ปกครอง คนรวยก็คงไม่เดือดร้อนอะไร แต่คนจนล่ะก็ต้องจ่ายเหมือนกัน อย่างนี้ไม่ต้องตายหรอกหรือ

ผมในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่งจึงไม่อยากให้โรงเรียนที่ประสิทประสาทวิชาให้ผมต้องมัวหมองกับเรื่องสกปรกอย่างนี้ จึงอยากขอร้องให้เลือดสวนทุกคนรับรู้ เข้าใจ และแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเราคงพึ่งพาครูบาอาจารย์ได้ยาก ก็มีแต่คนรุ่นใหม่นี้แหละครับที่มีพลังและเจตนาที่บริสุทธิ์ร่วมใจกันแก้ไข เพื่อสวนจะยังเป็นสวนต่อไป ดังเช่นที่เป็นมา
30 ต.ค. 50 / 08:51 goglanggrung : [ protect email from spamware ]
By: chang • อ่าน 1002 • ตอบ 2 • 27 พ.ย. 50 23:09
ความคิดเห็นที่ 1
สวนฯ ก็คือสวนฯ มันก็ประมาณนั้น ไม่ต้องตีความ
สวนฯ คือสังคมย่อย ของสังคมไทย
มีอะไรหลายอย่างที่ไปทางเดียวกัน
รัก โลภ โกรธ หลง
มันก็มีอยู่ที่สวนฯ ของเรา
สิ่งที่สะท้อนมา ก็จะสอนเราให้ต้าน
หรือลู่ไปกับระบบ เป็นสวนฯแล้วต้องคิดเอง
เลือดสีชมพู ฟ้า จะใสสดก็ต่อเมื่อเราได้ผ่าน
กระบวนการจำลองนี้ให้ได้
อ้อ เมื่อเห็นอะไรดี ก้ต้องจำเอาไว้และรักษาความดีนั้นไว้
เห็นอะไรที่ไม่ดี ก็ต้องจำเอาไว้ ว่าจะไม่เอาเยี่ยงอย่าง
เมื่อเติบใหญ่เป็นข้าราชการ นักการเมือง พ่อค้า ประชาชน
ก็จงทำดี จงทำดี จงทำดี ให้เป็นศรีแก่ประเทศชาติ และตนเองสืบต่อไป
By: พยนต์ • 30 มี.ค. 51 13:44
ความคิดเห็นที่ 2
ผมเห็นด้วย กับ 2 กระทู้ อย่าว่าแต่รัฐบาล ข้าราชการ สส พ่อค้า เลย เราเองแม้แต่ สมาคมครูผู้ปกครอง สมาคมศิษย์เก่า ยังหาประโยชน์ ให้อภิสิทธิกับคนบ้างคน
ตอนนี้สวนกุหลาบ อยู่ได้เพราะบุญเก่า
ถ้าบุญเก่าหมด งานสมานมิตรก็จะไม่มี
งานมุทิตาจิตก็จะหายไป

ผมจึงอยากฝากคำถามว่า " ท่านอะไรกับสวนกุหลาบบ้าง
หรือท่านดีแต่ตักตวงจากสวนกุหลาบ "

ปีใหม่ที่จะถึงนี้ ผมขออาราธนาหลวงพ่อสวนกุหลาบ หลวงปู่ จงปกปักรักษาสวนกุหลาบ สถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของผม ให้พ้นภัยจากมารด้วยครับ สาธุ
By: worn • 30 มี.ค. 51 13:44
เข้าสู่ระบบ เพื่อเสนอความคิดเห็น